องค์กรไทย คือ มูลนิธิการศึกษาเพื่อ ช่วยเหลือ เด็กกำพร้า "Orphan Education Foundation") และ มูลนิธิเยอรมันเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสึนามิในเขาหลัก ในนามว่า "Hilfe für Khao Lak Tsunamiopfer e.V." เป็นองค์กรเอกเทศสององค์กร ที่ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด
มูลนิธิเยอรมันเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสึนามิในเขาหลัก หรือ "Hilfe für Khao Lak Tsunamiopfer e.V." ทำหน้าที่ในการระดมทุน และนำทุนทั้งหมดที่ระดมได้ไปมอบให้กับมูลนิธิกา่รศึกษาเพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้า ซึ่งอยู่ในประเทศไทย
นอกจากนั้น ทางโครงการยังต้องการผู้ที่เต็มใจอุปการะเด็กกำพร้าจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิในเขตเขาหลักอีกด้วย โดยเป็นการอุปการะในลักษณะเป็น
“ พ่อแม่อุปการะ ” หรือ พ่อแม่อุปถัมภ์ หรือ godparenthoods มูลนิธิการศึกษาเพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้าเป็นผู้ประสานงานทั้งหมดในประเทศไทย
เป้าหมายของโครงการนี้ คือ เพื่อให้การดูแลเป็นส่วนตัวแก่เด็กกำพร้า โดยมีการจัดหาพ่อแม่อุปการะให้กับเด็กกำพร้าทุก ๆ คน พ่อแม่อุปการะนี้จะบริจาคเงินช่วยเหลือให้กับเด็กในอุปการะเดือนละ ๑,๒๐๐ บาท (ประมาณ ๒๕ ยูโร) โดยจะจ่ายเป็นเงินสดทุกเดือน และไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใด ๆ จากเด็กที่ได้รับอุปการะและครอบครัวที่เด็กอาศัยอยู่ด้วย โดยองค์กรไทยที่เป็นผู้ร่วมงานกับโครงการจะเป็นผู้จ่ายเงินก้อนนี้ ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการโอนเงินและการสูญเสียอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา จะหักจากเงินบริจาคยอดรวมที่ได้รับ หมายเหตุ – ธนาคาร Sparkasse Emsland ในประเทศเยอรมนีไม่คิดค่าธรรมเนียมโอนเงินจากโครงการ
หลังเกิดโศกนาฏกรรมคลื่นยักษ์สึนามิ ครอบครัวเด็กนักเรียนประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ในโรงเรียนปากวีป และบางเนียง ประสบกับภาวะที่บ้านเรือนและพาหนะต้องเสียหายไปกับคลื่นยักษ์เกือบทั้งหมด โชคดีที่มีความช่วยเหลือจากภาคเอกชนและภาครัฐ ชาวบ้านจึงได้มีบ้านเรือนอยู่อาศัยอีกครั้ง ในจุดที่ปลอดภัย แต่อยู่ห่างจากโรงเรียนมาก
ด้วยเหตุนี้ เด็กนักเรียนจึงประสบความยากลำบากในการเดินทางไปโรงเรียน ด้วยเหตุนี้ คุณวัฒนา มิตรวงศ์ ครูใหญ่แห่งโรงเรียนบ้านปากวีปจึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นมา และนำเสนอโครงการให้กับ “มูลนิธิการศึกษาเพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้า” เ่พื่อให้ช่วยประสานงานกับบุคคลผู้ประสงค์จะช่วยเหลือเด็ก ๆ ที่ต้องการยานพาหนะช่วยรับส่งไปเรียนหนังสืออย่างยิ่งยวด
นอกจากนั้น
รถโรงเรียนยังช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวในการไปส่งและไปรับเด็กที่โรงเรียนทุก ๆ วัน และืำืำทำให้ครอบครัวสามารถใช้เวลาไปทำมาหากินอย่างอื่นได้ จากความคิดริเริ่มของครูใหญ่วัฒนานี้เอง “มูลนิธิการศึกษาเพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้า” ก็ได้ขยายความช่วยเหลือไปยังโรงเรียนบางเนียงด้วย โดยมีกำหนดระยะเวลาช่วยเหลือทั้งหมด ๓ ปี
ใน ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ โครงการได้รับเงินช่วยเหลือเป็นจำนวน ๑๑๐,๐๐๐ บาท จาก “Friends of Khao Lak” และ จาก “โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สยามสแควร์” เพื่อจ่ายเป็นค่าเช่ารถโรงเรียน
สำหรับปี พ.ศ. ๒๕๔๙ และ ๒๕๕๐ “มูลนิธิการศึกษาเพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้า” ยังคงต้องการความช่วยเหลือจากผู้มีจิตศรัทธา และจากผู้ที่เต็มใจให้ความช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมกับโครงการที่เป็นประโยชน์นี้
โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป้าหมายหลักที่จะช่วยเหลือเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านปากวีปจำนวน ๑๓๐ คน และนักเรียนโรงเรียนบ้านบางเนียงจำนวน ๗๐ คน โดยการจัดหาอาหารกลางวันให้กับเด็ก ๆ เหล่านี้
โครงการเริ่มต้นโดย “มูลนิธิการศึกษาเพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้า” ร่วมกับ มูลนิธิเยอรมันเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสึนามิในเขาหลัก หรือ “Hilfe für Khao Lak Tsunamiopfer e.V." ได้ระดมทุนจำนวน ๑๘๖,๐๐๐ บาท เพื่อนำมาจัดตั้งเป็นกองทุนอาหารกลางวันในโรงเรียนทั้งสองแห่ง
กรอบระยะเวลาของโครงการตั้งไว้ที่ ๓ ปี โดยเริ่มจาก ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ ถึง ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยตั้งเป้าหมายช่วยเหลือเด็กที่มาจากครอบครัวที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภัยคลื่นยักษ์สึนามิ โดยการจัดหาอาหารกลางวันให้กับเด็ก ๆ เหล่านี้ และเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระอันหนักอึ้งของครอบครัวของเด็ก ๆ
มูลนิธิการศึกษาเพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้ายังคงต้องการความช่วยเหลือจากผู้มีจิตศรัทธา ที่ต้องการให้เงินบริจาคอันมีค่าเพื่อสมทบกองทุนอาหารกลางวันนี้
เด็กจำนวนมากในหลายพื้นที่ของประเทศไทยยังไม่มีโอกาสได้เข้าเรียนหนังสือในชั้นมัธยม หรือในระดับวิทยาลัย เหตุผลหนึ่ง คือ ความยากจนของครอบครัว และภูมิลำเนาที่อยู่ห่างไกลจากศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ
“มูลนิธิการศึกษาเพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้า” จะคัดเลือกเด็ก ๆ จากกลุ่มนี้ ซึ่งมีผลการเรียนดี และครอบครัวยากจน โดยการให้ทุนช่วยเหลือด้านการศึกษาไปจนกว่า่จะถึงระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งจะเป็นการสร้างโอกาสให้กับเด็ก ๆ ในการหางานทำ และมีส่วนในการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติต่อไป
โครงการนี้เป็นโครงการระยะยาว ซึ่งจะช่วยเหลือเด็ก ๆ โดยผ่านการจัดตั้งกองทุนการศึกษา
โครงการนี้อยู่ในอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ความตั้งใจของคุณไชยวัฒน์ ทุมจังหรีด หรือ คุณแซม ผู้ก่อตั้งมูลนิธิฯ ที่เกิดจากวัยเด็กของเขา ที่ต้องเดินเท้าวันละ ๑๕ กิโลเพื่อไป-กลับระหว่างโรงเรียนและบ้าน
เมื่อคุณแซมกลับไปเยี่ยมบ้าน เขาก็ัยังเห็นสภาพเดิมเหมือนที่เคยเป็นเมื่อ ๔๐ ปีก่อน ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป เด็ก ๆ ยังคงเดินไปและเดินกลับ หรือถีบจักรยานไปโรงเรียนซึ่งอยู่ห่างไกล
คุณแซมจึงเกิดความคิดว่า น่าจะสร้างโรงเรียนในหมู่บ้าน เป็นสถานที่ให้เด็ก ๆ ได้ศึกษาเล่าเรียน และสร้างโอกาสที่ดีกว่าให้กับสังคมหมู่บ้าน ด้วยเหตุนี้ จึงมีแผนโครงการนี้เกิดขึ้น โดยมีเป้าหมายและความตั้งใจที่ชัดเจน หลังจากสร้างโรงเรียนเสร็จ ทางโครงการจะมอบโรงเรียนให้กับกระทรวงศึกษาเพื่อบริหารจัดการต่อไป
to top